• เรื่องย่อ เมื่อปีค.ศ. ๑๓๕๓ อัศวินเทมปลาร์กลุ่มสุดท้ายในโลกถูกขังในหอคอยแห่งฝรั่งเศสรอการประหารชีวิต อันทารุณ อัศวินผู้หนึ่งได้แกะสลักถ้อยคำสุดท้ายเอาไว้ในแผ่นหินและฝังมันไว้เพื่อรอ คนที่คู่ควรมาเปิดอ่าน หลังจากนั้นหอคอยแห่งนี้ก็เป็นที่เลื่องลือจากการเป็นที่คุมขังนักโทษทาง ศาสนามากมาย แต่ไม่มีผุ้ใดล่วงรุ้ถึงถ้อยคำสุดท้ายนั้น

  • 31

    by everysummer July 4, 2009

    ได้หนังสือ Live Love Laugh เป็นของขวัญวันเกิดปีที่ 31 คนให้บอกว่าซื้อเก็บเอาไว้ให้ตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ที่เห็นไปยืนพลิกหนังสือดูในร้านหนังสือ แต่ไม่ยอมซื้อสักที

  • ผมทึ่งและถึงกับเคยนึกอิจฉาหมอตงในความรอบรู้ในทุกเรื่อง อาการแบบนี้ต้องกินยาอะไร อยากทำครีมซอสต้องไปซื้อเครื่องปรุงอะไรจากที่ไหนและด้วยขั้นตอนอย่างไร เพลงที่ได้ยินเป็นเสียงใครร้อง อยู่ในอัลบั้มไหน เวอร์ชั่นดั้งเดิมเป็นของใคร หมอตงมีคำตอบให้หมด ด้วยเหตุนี้ หมอตงเลยเป็น "มิสเตอร์-โนว์-อิต-ออลล์" ของเพื่อนๆ ใครต้องการข้อมูลรู้ลึกรู้จริง เป็นต้องโทรหาหมอตงผมไม่รู้ว่าหมอตงมีวิธีสะสมและจดจำข้อมูลจำนวนมากขนาดนั้นได้อย่างไร แต่พอจะเดาได้ว่าหมอตงต้องรักและชอบในเรื่องนั้นๆ ก่อนเป็นทุน และต้องเป็นคนชอบอ่านหนังสือ

  • เย็นวันพฤหัสฯ หลังเลิกงานผมนัดกับนิศาและโจที่เอ็มโพเรียม ผมรีบไปที่ร้านคิโนะคุนิยา ตรงดิ่งไปที่แผนก Asian Literature อ่า...นั่นไง หนังสือที่ผมรอคอยมานานหลายเดือน Kafka on the Shore ของเฮียมูราคามิ ฉบับ Paperback หลังจากที่แวะเวียนไปถามไถ่ที่ร้านหนังสือเป็นประจำว่ามาหรือยัง เมื่อต้นปี ผมพลาดหนังสือเล่มนี้ที่ร้านยูสท์บุ๊คไปอย่างน่าเสียดาย และในร้านหนังสือก็มีแต่ฉบับ Hardcover ผมก็เป็นพวกนักอ่านแบบเงินไม่ถึงด้วยสิ เลยต้องอดใจรอเวลาที่ Paperback ออกวาง หรือไม่ก็แวะไปเช็คในร้านยูสท์บุ๊คเป็นระยะๆ

  • สี่โมงเย็น ฝนทำท่าจะตก ผมปิดคอมพิวเตอร์ เทยาจากกระปุกโยนเข้าปากไปสองเม็ดแล้วดื่มน้ำตามหลายอึก ผมปวดหัวเกินกว่าที่จะทำงานต่อไปไหว เดินมาล้มตัวลงบนที่นอน หัวจมลงไปในหมอน ลำดับต่อไป คงคิดว่าผมกำลังจะเขียนบรรยายต่อว่าเพราะฤทธิ์ยา ผมเลยจมดิ่งลงไปในห้วงหลับ แล้วฝันว่าได้เจอคนถูกใจที่แผนกหนังสือนิยายในร้านคิโนะคุนิยะ สาขาฮิโรซากิ ปล่าวหรอก ผมไม่ได้หลับไปในทันที ผมซุกมือเข้าไปควานหาอากาศอุ่นใต้หมอน สัมผัสโดนอะไรสักอย่างหนึ่งในนั้น ผมล้วงออกมาดู อ้อ..หนังสือนิยายที่ผมอ่านเมื่อคืน สาวนักช้อปฯ ตะลุยนิวยอร์ก

  • ผมคงนอนไม่หลับ หากคืนนี้ไม่ได้ฟังเพลง It's Gonna Take A Miracle ที่ Laura Nyro ร้องกับเสียงประสานของสามสาว LaBelle ไม่อยากจะโทษหนังสือชื่อ Open House ของ Elizabeth Berg ที่ผมเพิ่งอ่านจบไปเมื่อตอนตีสองเลย ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมนอนไม่หลับ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมเปลี่ยนทัศนคติต่อการหย่าร้างเสียใหม่ ว่ามันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เคยคิดมาตลอด ในเมื่อไม่ได้รักกันแล้ว เริ่มต้นกับสิ่งใหม่ๆ ดีกว่าดึงดันที่จะหลอกตัวเองไปวันๆ

  • ตีหนึ่งครึ่ง ผมเพิ่งกล่าวราตรีสวัสดิ์กับ รีเบคคา บลูมวู้ด หลังจากพลิกอ่าน คำสารภาพของสาวนักช้อปฯ จนจบเล่ม เมื่อเย็นวาน นัดทานมื้อเย็นกันที่ร้านชิทาเกะ นิศาเธอเลิกงานเร็ว แต่เพราะผมยังมีงานติดพัน เธอจึงไปเดินเล่นฆ่าเวลาที่ปาล์มสตรีท เดินไปเดินมา เลยได้ซื้อบัตรสปาคอร์สของอิริยา ห้าพันบาท เพราะจะได้นวดเท้าฟรีทันทีเมื่อซื้อบัตร เธอบอกว่า เป็นเพราะผมทำงานเสร็จช้า ทำให้เธอจำเป็นต้องหาอะไรทำฆ่าเวลา ทำให้เธอต้องจ่ายห้าพันบาท นิศาแห่งบางกอก รีเบคคา บลูมวู้ด แห่งฟูแล่ม หรือผู้หญิงเมืองไหนก็ตามบนโลกนี้ เหมือนกันหมด พวกเธอเกิดมาพร้อมกับความเป็นนักช้อปฯ

  • วันนี้ทั้งบ่าย ผมนั่งซุกตัวบนโซฟาในร้านกาแฟสตาร์บักส์ที่เพลย์กราวนด์ กับเธอ - แคทเธอรีน วอร์เนอร์ แคท เจ้าของร้านบุ๊คเอนด์บนถนนเวสต์เอนด์เลน ถ้านึกภาพเธอไม่ออก ให้นึกถึง บริดเจ็ต โจนส์ เธอดูจะกังวลเรื่องน้ำหนักตัวน้อยกว่าบริดเจ็ตหน่อย แต่เรื่องความสัมพันธ์กับผู้ชายแล้ว เหลวเป๋วไม่เป็นท่าพอกัน ร้านบุ๊คเอนด์ เป็นชิคลิทเรื่องที่สองที่ผมเพิ่งจะหยิบมาอ่าน เรื่องแรกนั้น ทิพย์เป็นคนเอา ไดอารี่ของ บริดเจ็ต โจนส์ ทั้งสองเล่มมาให้ผมอ่านในวันหยุดสุดสัปดาห์วันหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ทิพย์บอกว่าที่เอามาให้อ่าน เพราะผมจะได้เข้าใจโลกของผู้หญิงมากขึ้น

  • Hello Stranger!

    by everysummer September 13, 2005

    "There's an opposite to déjà vu. They call it jamais vu. It's when you meet the same people or visit places, again and again, but each time is the first. Everybody is always a stranger. Nothing is ever familiar." Choke : Chuck Palahniuk ไม่ว่าคุณจะรู้จักตัวผมมากขึ้นอีกเท่าไหร่ เราก็ยังเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันอยู่ดี

  • ไปกินข้าวกับส้มที่ร้านอาหารริมทะเลสาบในหมู่บ้านสัมมากร ส้มเอาหนังสือเล่มนี้มาให้ บอกว่าอยากให้ผมอ่าน ผมเคยอ่าน hesheit ใน a day อยู่บ้าง แล้วก็พลิกๆ hesheit แบบ pocket book ในร้านหนังสืออยู่บ่อยๆ แต่ไม่เคยซื้อมาเป็นเจ้าของสักที ผมนั่งอ่านแบบรวดเดียวจบ ถึงจะเป็นหนังสือการ์ตูนทั้งเล่ม แต่ความรู้สึกหลังอ่านจบ เหมือนกับอ่านรวมเรื่องสั้นดีๆ เล่มหนึ่ง ที่คุณวิสุทธิ์เล่าเรื่องผ่านลายเส้นการ์ตูนในแบบฉบับของเขา แล้วแถมข้อคิดดีๆ เล็กน้อย ให้ในตอนจบของแต่ละเรื่อง ผมชอบตอน รถไฟ